Pichayut's profileIt's My Life รวมเรื่องดี...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    May 28

    ความทุกข์สร้างสิ่งมหัศจรรย์ให้ชีวิต ...

    ใครหลายคนชอบคิดไปไกลในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง...
    สิ่งที่ยังไม่เกิด ...ความคิดนี่แหละ...
    ที่บั่นทอนพละกำลังส่วนหนึ่งของความสุข
    ที่ควรจะเกิด ควรจะมี ให้ลดน้อยลงไป...
    บางขณะ ...เราน่าจะทำชีวิตให้ดีกว่านั้นได้ง่ายๆ
    แต่เพราะ ความคิด ความกังวล
    ทำให้สิ่งที่น่าจะง่าย กลายเป็นสิ่งยุ่งยาก
    ถ้าความ คิดบางอย่าง ยิ่งคิด ยิ่งเศร้า ยิ่งทำให้กังวล
    ยิ่งไม่มีความสุข ยิ่งหวาด กลัววันข้างหน้า ก็อย่าไปคิดมันเลย...
    แค่ทำวันนี้ให้มีความสุข ทำให้ดีที่สุด กับเวลานี้ที่มีโอกาสนี้...
    บางที ใครจะรู้ว่า อะไรๆที่ไปกังวลนั้น อาจจะมา ไม่ถึงก็ได้..
    ชีวิตอาจไม่ยาวนานถึงขนาดนั้น

    ไม่มีใครรู้ว่าพรุ่งนี้ จะตื่นหรือเปล่า...
    อย่ากังวลกับอะไรที่ยังมาไม่ถึง...
    มองวันนี้ ...ทำวันนี้ ...มีความสุขกับทุกวินาทีนี้ .....
    ที่ยังหายใจอยู่ดีกว่า ...เวลามีพอเสมอ ...สำหรับความสุข ...
    ความทุกข์สร้างสิ่งมหัศจรรย์ ชีวิตที่พบความทุกข์ เป็นชีวิตที่แท้...
    ไม่มีความทุกข์...ก็ไม่มีการเติบโต
    ความทุกข์เป็นพลังขับเคลื่อนให้หลายอย่างเกิด...
    ไม่มีใครไม่มีความทุกข์ ...เพราะนั่นคือการเป็นชีวิต...
    ความทุกข์สอนให้แต่ละคนเข้มแข็งในแง่มุมต่างๆ
    ถ้าความทุกข์ไม่เข้ามาหา ...ก็จะไม่รู้ว่า ความสุขที่แท้เป็นอย่างไร ...
    ไม่มีความทุกข์...ก็ไม่รู้จักความสุข...
    เพราะความทุกข์พิสูจน์ความเป็นคน อ่อนแอ หรือเข้มแข็ง
    ความทุกข์เป็นสิ่งท้าทายความสามารถ...
    ต่างจากความสุข...ที่ทำให้ อ่อนแอ มองโลกง่ายๆ แคบๆ
    ความสุขเหมือนฝนพรำสาย...
    อ่อนโยน งดงาม บางเบา แต่ว่างเปล่า ไม่มีการเรียนรู้ใดในความสุข...
    เมื่อใดที่มีความทุกข์ ควรยิ้มรับ และคิดว่าโชคดีที่ได้เจอความทุกข์
    ได้เรียนรู้การแก้ปัญหา...ได้สงบ...ได้สติ...ได้ความนิ่ง...ได้รู้จักโลก...
    รู้จักตัวเอง...
    รู้จักการเติบโตทุก ๆ ก้าว
    ให้กำลังใจตัวเองมาก ๆ บอกตัวเองว่า
    โชคดีที่วันนี้มีความทุกข์
    เพราะเมื่อผ่านความทุกข์...ความสุขก็จะรออยู่เบื้องหน้า...
    จงใช้ความทุกข์สร้างสิ่งมหัศจรรย์ให้กับชีวิต...
     
    "ไม่มีความทุกข์...ความสุขก็คงไม่มี"
    May 15

    ความรัก...ของ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

    บางครั้ง ความรัก ก็เข้ามาหาเรา เพื่อให้เราเรียนรู้ มิใช่ให้เราครอบครอง
    ...ไม่ผิดหากจะ รัก คนมีเจ้าของ แต่จะผิดหากเข้าไปทำหน้าที่ซ้ำซ้อนคนอีกคน
    ...หน้าที่ของความรัก คือการเดินไปมอบความรัก และยืนเฉยๆ เพื่อรับมันไม่ใช่การดิ้นรนเพื่อให้ได้มา
    ...ในห้วงรัก การถูกรัก มันสุขใจ การมอบความรักมันอิ่มเอมและเมื่อได้รับการปฏิเสธ มันทรมาน
    ...ความรัก จะเกิดขึ้นเมื่อเกิดการถ่ายเทพลังอันอ่อนโยนของ คนสองคน
    ...ความรัก มิใช่การเข้าไปเป็นชีวิตเขา แต่คือการเข้าไปอยู่ข้างๆชีวิตเขา
    ...คนบางคนเหมาะที่เกิดมาเพื่อให้เรารัก แต่ ไม่เหมาะที่จะร่วมชีวิตด้วย
    ...ความรัก ระยะแรกทำให้ร่างกายหลั่งสารกระตือรือร้นทำให้มนุษย์ทำทุกอย่างให้ได้มาซึ่งความรัก
    ...แฟน ก็คือ เพื่อนคู่คิด ที่ก้าวไปด้วยกันในวันข้างหน้า
    ...ในวันที่ความรักคงที่ สารกระชุ่มกระช่วยงดทำงานสิ่งเดียวที่จะทำให้อยู่ด้วยกันได้ตลอดไป คือ ความเข้าใจ  ล้วนๆ
    ...ความห่างไกล มันทรมาน เวลาเจอกันจึงหอมหวานและเป็นความทรงจำที่เก็บไปนั่งเพ้อฝันได้ในวันจาก
    ...บุคคลไม่พึงประสงค์สำหรับทุกคู่รักมักจะเดินทางมาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
    ...ผู้ชายแสดงความรักด้วยการกระทำ ขณะที่ผู้หญิงอยากรู้ว่า รัก จากคำพูด
     
    ความรัก ไม่ต้องการ แค่วันเดียว
    ความรัก ไม่ต้องเกี่ยว กับวันไหน
    ความรัก ไม่ต้องมี เวลาใด
    ความรัก ไม่ต้องใช้ ให้ใครชี้
    ความรัก ไม่ต้องมี ข้อวิจารณ์
    ความรัก ไม่ต้องการ การกดขี่
    ความรัก ไม่ต้องให้ ใครตราตี
    ความรัก ไม่ต้องมี เส้นพรมแดน
    ความรัก ไม่ต้องรอ ข้อพิสูจน์
    ความรัก ไม่ต้องพูด ตามแบบแผน
    ความรัก ไม่ต้องการ การตอบแทน
    ความรัก ไม่ต้องแค่ หัวใจคน
    ความรัก ไม่ต้องการ การเป็นต่อ
    ความรัก ไม่ต้องรอ ขอเหตุผล
    ความรัก ไม่ต้องย้ำ ความมีจน
    ความรัก ไม่ต้องทน ที่จะรัก

    ข้อคิดดีๆ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น

      จริงอยู่ ที่มิตรภาพไม่มีวันหมด แต่คุณอาจลืมไปว่า มันเปลี่ยนแปลงได้
     
      - เมื่อคุณตระหนักว่า ไม่มีใครช่วยคุณ ในเวลาที่คุณมีความทุกข์ ไม่มีใครดีใจ อย่างจริงใจกับคุณ ยามเมื่อคุณมีความสุข เมื่อนั้นคุณเรียนรู้ที่จะหาเพื่อนแท้ให้กับชีวิตคุณได้แล้ว
     
      - อดีตเป็นสิ่งที่ผ่านมาแล้ว ปล่อยความเจ็บปวด ความทรมานที่ได้ประสบ ผ่านไปกับอดีตด้วย
     
      - อย่าละเลยและเพิกเฉยต่อใคร ทุกคนมีความสำคัญเท่าเทียมกัน
     
      - คุณไม่ได้ตายจากความเจ็บปวดในชีวิตที่ผ่านมา แต่มันทำให้คุณ เข้มแข็งขึ้น
     
      - อย่าให้ชีวิตขึ้นกับคนอื่น เพื่อทำให้คุณมีความสุข
     
      - ชีวิตแต่งงานและครอบครัว เป็นเรื่องที่สำคัญ จงอย่ารีบร้อนในการตัดสินใจ
     
      - แสดงความชื่นชมกับคนที่คุณรักและห่วงใย ในทุก ๆ วัน ไม่ใช่แค่วันหยุดหรือวันเกิด
     
      ถ้าคุณยืมมา (จงคืน)
      ถ้าคุณทำพัง (จงซ่อม)
      ถ้าคุณรู้แล้ว (ปล่อยมัน)
      ถ้าคุณต้องการ (ร้องขอ)
      ถ้าคุณใช้ (ทำให้สะอาด)
      ถ้าคุณใส่ (แขวนไว้ที่เดิม)
      ถ้าคุณทำผิดพลาด (แสดงความรับผิดชอบ)
      ถ้าคุณเชื่อ (คุณจะประสบความสำเร็จ)
      ถ้าเป็นเจ้าของ( จงปกป้อง)
      ถ้ามี (จงแบ่งปัน)
      ถ้าคุณรักใครสักคน (จงแสดงออก)
     
      - ผู้คนผ่านเข้ามาในชีวิตของคุณ ทั้งด้วยเหตุผลและด้วยโอกาส ซึ่งนำพาทั้งความสุขและบทเรียนมาให้คุณ
     
      - เมื่อใดก็ตามที่ผิดหวัง จงมองโลกในแง่ดีเข้าไว้
     
      - อย่างน้อยที่สุด ก็มีคนที่รักคุณอย่างจริงใจ นั่นคือ พ่อแม่ของคุณเอง
     
    Forward Mail จากเพื่อนหวาน Sweet Lemon
    May 14

    ชีวิตพอเพียงของมหาเศรษฐีอันดับสองของโลก Warren Buffet

    มีรายการสัมภาษณ์หนึ่งชั่วโมงของสถานีโทรทัศน์ CNBC สัมภาษณ์ วอร์เรน บัพเฟตต์ มหาเศรษฐีอันดับสองของโลก ( รองจากบิล เกตส์) ซึ่งบริจาคเงินให้การกุศล 31,000 ล้านดอลล่าร์

    ต่อไปนี้คือแง่มุมบางส่วนที่น่าสนใจยิ่งจากชีวิตของเขา:

    1. เขาเริ่มซื้อหุ้นครั้งแรกเมื่ออายุ 11 ขวบ และปัจจุบันบอกว่ารู้สึกเสียใจที่เริ่มช้าไป! 
    2. เขาซื้อไร่เล็กๆ เมื่ออายุ 14 โดยใช้เงินเก็บจากการส่งหนังสือพิมพ์ 
    3. เขายังอาศัยอยู่ในบ้านเล็กหลังเดิมขนาด 3 ห้องนอน กลางเมืองโอมาฮา ที่ซื้อไว้หลังแต่งงานเมื่อ 50 ปีก่อน เขาบอกว่ามีทุกสิ่งที่ต้องการในบ้านหลังนี้ บ้านเขาไม่มีรั้วหรือกำแพงล้อม 
    4. เขาขับรถไปไหนมาไหนต้วยตนเอง ไม่มีคนขับรถหรือคนคุ้มกัน 
    5. เขาไม่เคยเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัว แม้จะเป็นเจ้าของบริษัทขายเครื่องบินส่วนตัวที่ใหญ่ที่สุดในโลก 
    6. บริษัท เบิร์กไช แฮทะเวย์ ของเขามีบริษัทในเครือ 63 บริษัท เขาเขียนจดหมายถึงซีอีโอของบริษัทเหล่านี้เพียงปีละฉบับเดียว เพื่อให้เป้าหมายประจำปี เขาไม่เคยนัดประชุมหรือโทรคุยกับซีอีโอเหล่านี้เป็นประจำ

    7. เขาให้กฎแก่ ซีอีโอ เพียงสองข้อ
      กฎข้อ 1 อย่าทำให้เงินของผู้ถือหุ้นเสียหาย
      กฎข้อ 2 อย่าลืมกฎข้อ 1

    8. เขาไม่สมาคมกับพวกไฮโซ การพักผ่อนเมื่อกลับบ้าน คือทำข้าวโพดคั่วกินและดูโทรทัศน์

    9. บิล เกตส์ คนที่รวยที่สุดในโลก เพิ่งพบเขาเป็นครั้งแรกเมื่อห้าปีก่อน บิล เกตส์คิดว่าตนเองไม่มีอะไรเหมือนวอร์เรน บัพเฟตต์เลย จึงให้เวลานัดไว้เพียงครึ่งชั่วโมง แต่เมื่อบิล เกดส์ได้พบบัฟเฟตต์จริงๆ ปรากฏว่าคุยกันนานถึงสิบชั่วโมง และบิล เกตส์กลายเป็นผู้มีศรัทธาในตัววอร์เรน บัพเฟตต์

    10. วอร์เรน บัพเฟตต์ ไม่ใช้มือถือ และไม่มีคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงาน

    11. เขาแนะนำเยาวชนคนหนุ่มสาวว่า: จงหลีกห่างจากบัตรเครดิตและลงทุนในตัวคุณเอง

     

    ที่สุดของชีวิต คือ มีปัจจัย ๔ อย่างเพียงพอนั่นเอง

    ๑. มหาเศรษฐีหรือยาจก กินข้าวแล้วก็อิ่ม 1 มื้อ เท่ากัน

    ๒. มหาเศรษฐีหรือยาจก มีเสื้อผ้ากี่ชุด ก็ใส่ได้ทีละชุด เท่ากัน

    ๓. มหาเศรษฐีหรือยาจก มีบ้านหลังใหญ่แค่ไหน พื้นที่ที่ใช้จริงๆ ก็เหมือนกันคือ ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว เหมือนกัน

    ๔. มหาเศรษฐีหรือยาจก จะมียารักษาโรคดีแค่ไหน ยื้อชีวิตไปได้นานเพียงไร สุดท้ายก็ต้องตาย เหมือนกัน

    มองทะลุวัตถุนิยม และเห็นความหมายที่แท้จริงของชีวิต

    May 11

    เข็มวินาทีเกิดมาทำไม

    เคยจ้องนาฬิกานานๆป่ะ
    ทำให้เกิดความรุ้สึกว่า เวลามันผ่านไปช้าเหลือเกิน
    วันนี้ทำลายสถิติตัวเอง จ้องนาฬิกาเฉยๆ เปนเวลา 20 นาที
    พบสัจธรรมข้อนึงว่า เข็มวินาทีนั้นเกิดมาทำไม
    ทั้งๆที่ในวันๆนึง เข็มวินาที แทบไม่มีความสำคัญต่อชีวิตเลย(ก็ขอยกเว้นพวกนักกีฬาทั้งหลายล่ะนะ)
    คงไม่มีใครถามว่า ตอนนี้เวลากี่โมงวะ
    แล้วมีคนตอบว่า 22 นาฬิกา 59 นาที 38 วินาทีว่ะ หรอกนะ
    เข็มวินาทีมันเกิดขึ้นมาเพราะความอดทนของคนมันมีน้อยเหลือเกิน
    น้อยมากขนาดที่ไม่สามารถรอ ให้เข็มนาทีกระดิกได้
    แต่ 1 วินาทีนั้นคนเราพอที่จะรอได้
    ถ้าไม่มีเข็มวินาที คุณจะรุ้สึกหงุดหงิดมากเลย
    หงุดหงิดที่ไม่รุ้ว่าเมื่อไหร่มันจะครบ1นาที
    ได้ข้อสรุปว่า

    " หน่วยของความอดทนของคน คิดเป็นวินาที "

    จงทำชีวิตให้เหมือนแบงค์ 1000

    นักพูด..ที่เป็นที่รู้จักกันดีท่านหนึ่ง..ได้เริ่มหยุดการสัมมนาของเขา..โดยการหยิบแบงค์ 1,000 ขึ้นมาในห้องที่มีผู้เข้าฟัง..ร่วม 200 ท่าน แล้วเขาก็พูดว่า
    "ใครอยากได้แบงค์ 1,000 นี้บ้าง?"
    มีมือ..ได้ถูกยกขึ้นเป็นจำนวนมาก..แล้วเขาก็พูดต่อว่า..
    "ฉันจะให้เงินแบงค์1,000 นี้..แก่หนึ่งในพวกท่าน..แต่ครั้งแรกนี้..ฉันจะทำอย่างนี้"
    เขาเริ่มที่จะขยำๆ เงินนั้นแล้วเขาก็ถามอีกว่า ..
    "ใครจะยังต้องการมันอีก?"
    ยังคงมีมือที่ยกขึ้นอีก
    "ดี" ..เขาตอบ
    "แล้วถ้าฉันทำอย่างนี้ล่ะ"
    และเขาก็ทิ้งมันลงที่พื้น..เริ่มที่เหยียบย่ำมัน..ด้วยรองเท้าของเขา..แล้วเขาก็เก็บขึ้นมา..ขณะนี้..มันทั้งยับยู่ยี่และสกปรก
    "ตอนนี้.. ใครยังต้องการมันอีก?"
    ก็ยังคงมีคนยกมืออีก..
     
    เพื่อนๆ ..คุณได้เรียนรู้บทเรียนที่มีคุณค่ามากที่สุดบทหนึ่งแล้วว่า..ไม่ว่าฉันจะทำอะไรกับเงิน ..คุณก็ยังต้องการมันอยู่ เพราะว่า..มันไม่ได้ลดคุณค่าในตัวมันลงเลยมันก็ยังคงมีค่า1,000 บาทอยู่นั่นเอง เหมือนกับหลายๆครั้ง..ในชีวิตของเราที่ถูกทิ้ง.. ถูกเหยียบย่ำ ..และถูกทำให้สกปรก..โดยสิ่งที่เราตัดสินใจทำมัน.. และสภาพแวดล้อมที่เราเจอทำให้เรารู้สึกว่า..คุณค่าของเรา ลดน้อยลง แต่ไม่ว่าอะไร..ที่ได้เกิดขึ้น.. หรืออะไร..ที่จะเกิดขึ้น คุณไม่เคยสูญเสียคุณค่าในตัวเอง คุณเป็นคนพิเศษ.. อย่าลืมมันตลอดไป.. อย่านำความผิดหวัง..ของเมื่อวานมาบดบังความฝัน..ในวันพรุ่งนี